เย่... กลับมาแล้ว รายงานตัวคับ
ทริปไปมาเลเซียคราวนี้มีหลากหลายความรู้สึกมาก เป็น 3 วันที่ได้รับประสบการณ์จริงๆ ทั้งสถานที่แปลกใหม่ ผู้คน การได้มีเพื่อนใหม่ ความใจดีของทั้งเพื่อนที่พบเจอ และทีมงานที่น่ารัก
ถึงอย่างนั้น จริงๆทริปนี้ออกแนวโหดๆนะ (555) บอกได้เลยว่าชีวิตปกติไม่เคยได้ลุยขนาดนี้ เป็นคนที่เรื่อยๆมากอ่ะ ถ้าเหนื่อยก็พัก แต่นี่ถ้าเหนื่อยต้องช็อตตัวเองให้ตื่นตัว แถมเปิด save mode ขึ้นมาใช้ชีวิตต่อ ไม่สามารถเอื่อยๆแล้วก็ชัตดาวน์ตัวเองไปได้เลยทีเดียว (ฮา)
ด้วยความที่แปลกสถานที่ และผู้คนปนเปกันหลายชาติ มันทำให้รู้สึกไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไหร่กับที่นี่นะ มันต้องรู้สึกต้องระวังตัว แถมยังถูกโกงได้ตลอดเวลาอีกด้วย (T_T)
อย่างเช่นง่ายๆเลยคือ ค่าแท๊กซี่ รู้นะว่าโดนโกง แต่ ณ สถานการณ์นั้นมันทำอะไรไม่ได้ เค้าจะชอบคิดราคาเหมาอ่ะ ไม่ยอมกดมิเตอร์ ยิ่งเป็นคนต่างชาตินะ โดนเละอ่ะ จะขึ้นแท๊กซี่ทีต้องต่อราคา อย่างกะจะซื้อของตลาดนัดแน่ะ หรืออย่างกลับมาสนามบิน เค้ากดมิเตอร์นะ แต่ให้เราจ่ายราคาเหมา แล้วมีการบอกว่า ถ้าเจ้าหน้าที่มาถามนะ ให้บอกว่าจ่ายตามมิเตอร์ ห่า.... แถมส่วนมาก แท๊กซี่จะไม่บริการเราเลย ต้องแบกต้องขนเองอีก เหอออออออ....
ด้วยความที่ประเทศเค้ารวมหลายชาติไว้ด้วยกัน มีทั้งคนผิวเหมือนเราๆ (จีน) ผิวดำแบบอินเดีย และคนมาเลย์เอง ภาษาเค้าจะหลากหลายมาก คุยๆไปก็จะงง ฮาดี ไปกินบักกุตเต๋ที่ร้านอาหารที่คนแขกดำรับออเดอร์ (-*-) แต่คุยกันด้วยภาษาฮกเกี๊ยน หลากอารมณ์มาก ดีนะเนี่ยที่ได้เพื่อนของเพื่อนคนมาเลย์มาช่วยไว้ ทั้งพาเที่ยว และพากินข้าว ขอบคุณสวรรค์ที่ส่งเค้ามาจริงๆ (ฮา)
งานนี้ต้องขอบคุณเพื่อนใหม่ที่แสนดี อย่าง Micky, Jazzy และ Mandy นี่ถ้าไม่ได้เค้านะ เราคงมีทริปที่แสนจืดชืดกันเลยทีเดียว 555+
2008.11.01
แต่ตรู่ก็แหกตาขึ้นมาเพื่ออาบน้ำแต่งตัวเดินทางไปสนามบิน ด้วยความที่คืนก่อนหน้านั้นเป็นวันฮาโลวีน ใครจะคิดว่าผับมันจะเลิกตอนเช้าอ่ะ โห... รัชดารถติดมาก กว่าจะฝ่ารถติดไปเหยียบสนามบินเนี่ย เกือบจะปิดเคาท์เตอร์แล้ว เส้นยาแดงสุดๆ กระหืดกระหอบวิ่งกันไปนะคะงานนี้ แถมข้าพเจ้ามีภารกิจ "จำเป็น" ต้องซื้อของด้วย งานนี้คนอื่นนั่งบัสไปขึ้นเครื่อง ข้าพเจ้ามาสุดท้ายขึ้นรถตู้เดี่ยวดั่งศิลปิน พร้อมผู้จัดการไปขึ้นเครื่องกันเลยทีเดียว (เล่าไปได้... อายไหมเนี่ย 555+)
และเจ้าหนูหางแดงก็ไม่ทำให้เราผิดหวัง ถึงปีนังอย่างตรงต่อเวลา ลงเครื่องมาเจอแมคโดนัลด์ อยากกินนะ แต่ก็ต้องดำน้ำหาทางไปสถานที่จัดงานที่เป็นจุดหมายแรกของเราให้ได้ก่อน สี่คนก็ลากกระเป๋าแล้วก็ไปเจรจากับแท๊กซี่แล้วก็พากันไป Gurney Plaza ด้วยราคาเหมา 38 รูปีย์... ใช่ที่ไหน ริงกิตต่างหาก ตกราคาง่ายๆเป็นไทยก็คูณ 10 บาท ไปห้างด้วยราคา 380 จากสนามบิน... พอรับได้อยู่ ด้วยความที่ติดต่อเหมือนผ่านศูนย์แท๊กซี่ ก็ไม่ได้รู้สึกว่าถูกโกงอะไร ราคาดูสมเหตุสมผลดี
การเดินทางของพวกเราในปีนังเริ่มบนแท๊กซี่ ระหว่างทางจะเห็นได้ตลอดเลยว่า ถนนหนทางเค้าดีจัง บ้านเมืองเค้าสะอาดเรียบร้อย ปีนังดูไม่วุ่นวายมากนะ คงเป็นเพราะไม่ใช่เมืองหลวง ห้างที่น้องมีงานเป็นห้างที่อยู่ติดทะเล เป็นเมืองให้อารมณ์เหมือนๆพัทยาอ่ะ หมายถึงในแง่สถานที่ตั้งนะ แต่เรื่องการคมนาคม เรารู้สึกว่า ถนนเมืองเค้าค่อนข้างจะอยู่ในระดับดีถึงดีมากเลยทีเดียวล่ะ (ส่วนห้างเนี่ย ขอบอกว่าชอบเมืองไทยมากกว่า)
ไปถึงห้างฯตอนประมาณ 11 โมง ไวดีแท้ ตอนนั้นก็มีแฟนๆมารอนิดหน่อย ยังไม่เยอะมาก เราก็เลยไปหาอะไรลงท้องกัน เพราะเครื่องบินหางแดงมันโลว์คอสนะคะ ไม่มีอาหารเสิร์ฟ จะกินอะไรเสียตังค์โลด ขามาก็ได้แต่โออิชิ 50 บาท และโอวัลติน 50 บาทกันตายกันไป แล้วเราก็มางงๆกับอาหารที่นี่ต่อ
ด้วยความที่คนที่นี่มีหลายชาติ อาหารส่วนมากทุกอย่างมันจึงไปลงที่ "ไก่" มีแต่ไก่ ไก่ ไก่ และไก่ ก็คนจีนไม่กินเนื้อ คนแขกไม่กินหมู ทั้งฟาสฟู๊ดมันเลยไก่โลดมากๆ เราก็ลองข้าวอบหม้อร้อนไก่ใส่ไข่อะไรสักอย่างไป หน้าตาแปลกๆดี อร่อยเหมือนกัน แต่เหนื่อยเกินกว่าจะกินอะไรได้ เลยกินไปนิดเดียว นี่เค้าคลุกมานะ ไม่ได้คลุกเอง ของเบียร์คล้ายๆข้าวมันไก่ อร่อยดีเหมือนกัน


กลับไปที่จัดงานอีกทีก็ตกใจเล็กน้อย คนเยอะขึ้นมาเลย มีทั้งผู้ชาย ผู้หญิง คนไทยที่อยู่ที่นี่ก็เยอะอยู่ ก่อนเริ่มงานสักพักก็มีคนเอา CD กับของในร้านกู๊ฟฟี่ไมกี้มาขาย เป็นพวงกุญแจตุ๊กตาเป่าลมเล็กๆกลมๆที่เป็น SD น้อง แล้วก็พวงกุญแจที่เป็นหน้าการ์ตูน และอีกอย่างคือ สายห้อยมือถือคล้องคอ คนให้ความสนใจเยอะทีเดียว ขายกันหยิบแทบไม่ทัน เราก็ไปแจมๆซื้อ CD มา ได้แผ่นรองเมาส์ งานนี้ได้โปสเตอร์มาด้วยแหละ




ยืนๆดูน้องไปก็เริ่มมีคนเข้ามาคุยด้วย ตอนแรกก็คุยกับคนไทยแถวนั้น เป็นคุณแม่มารอลูกดูกอล์ฟไมค์ (555 สถานการณ์ใกล้เคียงไทยแฮะ) เค้าก็เล่าเรื่องต่างๆห้ฟัง เพราะเราค่อนข้างจะสงสัยว่านอกจากภาษาอังกฤษแล้ว ทำไมที่นี่ถึงพูดจีนกันได้เยอะแยะ ไหนจะภาษาแปลกๆอีก เค้าก็เล่าเรื่องการเรียนการสอนของที่นี่ อย่างพวกโรงเรียนเอกชน คอนแวนต์ หรือโรงเรียนรัฐบาลต่างๆ ก็เก็บเป็นความรู้กันไป
หลังจากนั้นไม่นานก็มีทีมงานมาคุยด้วย ตอนแรกไม่ได้คิดอะไรด้วยความที่อยู่หลังสุดไง เลยยืนห่างๆจากฝูงชนที่อยู่ด้านหน้านิดนึง แล้วก็มีทีมงานมาคุยด้วย (ก็เราออกแนวๆเฝ้าประเป๋าอยู่) คุยไปคุยมา ตายละ ได้คุยกับทีมงานที่เป็นเฮดที่ดูแลน้องที่นี่กันเลยทีเดียวเค้าก็เลยถามเรื่องงานตอนกลางคืนว่าไปไหม แล้วก็เลยเริ่มคุยกันเรื่องต่างๆนาๆ ไหนจะเอาโปสเตอร์มาให้อีก ที่คั่นหนังสือด้วย แล้วก็คุยเรื่องตลาดของคนมาเลย์กัน ยาวไปถึงเจมส์เรืองศักดิ์ และชิน ชินวุฒิ 555+ จะว่าไปแล้วเรื่องเศรษฐกิจทุกทีละนะ แต่ก็ดี ได้รู้อะไรเพิ่มเติมด้วย แล้วเค้าก็ขอถ่ายรูปเราหมู่คนไทย 4 หน่อ แล้วก็บอกว่า จะเอาไปให้กอล์ฟไมค์ดู (!?) เอ่อ... จะดีเหรอคะ 555+
หลังจากนั้นพี่เค้า ก็พาคนมาคุยด้วยเพิ่มอีก คราวนี้เป็นผู้หญิงคนไทย พี่เค้าก็แนะนำว่าเค้ามาจาก gmminter นั่นเอง เราก็เลยถามๆเค้าเรื่องงานว่าจะเริ่มเมื่อไหร่ แล้วงานจะทำอะไรบ้าง เพราะตอนนั้นเลทไปจากเวลานิดนึงแล้ว เพราะว่าเราต้องออกจากที่นี่ก่อนบ่าย 2 เนื่องจากไฟลท์บินจากปีนังไปกัวลาลัมเปอร์คือ 4 โมงเย็น ไม่งั้นตกเครื่องแน่ พี่เค้าก็ตอบคำถามเราดีมาก (จริงๆยังสงสัยว่าเค้าเป็นพี่เราหรือเปล่า เพราะเค้าหน้าเด็กเหลือเกิน 555+) พี่เค้าก็บอกว่า งานที่ปีนังเนี่ยเดี๋ยวจะมีการสัมภาษณ์เล็กน้อย เล่นเกมกับแฟนคลับที่นี่แล้วก็มีการแจกลายเซ็นต์ แล้วเราก็ถามเรื่องงานตอนกลางคืนต่อ รูปแบบงานตอนกลางคืนคือ จะเป็นการจัดงานโดนรวมแฟนคลับที่มาเลย์มาเจอน้องกัน พี่ผู้ชายที่ดูแลน้องที่มาเลย์ก็เล่าให้ฟังว่า แฟนคลับที่มี่ก็มีการรวมตัวกันนะ ทำเวปไซด์ เป็นกลุ่มเป็นก้อนกันดี ให้การซัพพอร์ตน้องดี ก็เลยมีการจัดมีทติ้งตอนเย็นวันนี้ขึ้น แล้วก็มีการเชิญ VIP จากสื่อต่างๆที่ได้รับรางวัลมาถ่ายรูปกับกอล์ฟไมค์ เค้าก็บอกว่าเราก็ไปยืนดูรอบๆงานได้ แล้วถ้าจะเอา CD กี่แผ่น เอาลายเซ็นต์กี่อันก็บอก เค้าจะช่วยอำนวยความสะดวกให้ เราก็บอกเค้าว่าเดี๋ยวยังไงตอนค่ำเจอกันที่งานอะไรงี้ไป แล้วพี่ๆทีมงานเค้าก็ให้นามบัตรมา เพื่อให้ใช้ที่อยู่ในการบอกแท๊กซี่เพื่อความสะดวกในการเดินทางต่อไป
หลังจากนั้นสักบ่ายโมงกว่าๆงานก็เริ่ม คนก็ชุลมุนได้ใจมากค่ะ ณ จุดนี้ คนเยอะนะ ด้านบนก็มีคนมามุงดูกันเต็มไปหมด บรรยากาศแฟนคลับที่นี่ก็ทำเอาเราตื่นเต้นตามไปด้วย พิธีกรมีการให้แฟนๆร้องเพลงให้กอล์ฟไมค์ฟังด้วย แฟนๆเค้าร้องเพลง "ขอบคุณยังน้อยไป" ให้น้อง แต่ออกแนวฮาเล็กน้อย ไม่ได้เพราะสำเนียงอะไรหรอก แต่เป็นความสามารถที่สามรถร้องไปแล้วก็มีเสียงกรี๊ดสูงคลอไปด้วยมากกว่า น่ารักดีนะ คนที่นู่นก็กรี๊ดน้องไม่ได้ต่างกับไทยเลย
เกมบนเวทีที่ให้เล่นคือ เกมใบ้คำ คือ มีคำให้แล้วก็ทำท่าทางเพื่อให้ทาย โหมดที่เล่นกัน คือ พวกดาราอะไรงี้ ก็จะเป็นทีมละ 2 คน ทีมกอล์ฟและทีมไมค์ โดยการใบ้คำ น้องจะเป็นคนกลาง คือ จะมีแฟนคลับคนแรกที่ใบ้ให้น้องก่อน แล้วน้องจะรับท่ามา แล้วก็ใบ้ให้คนสุดท้ายที่ต้องทาย มีที่ฮาๆคือ ทีมไมค์ได้คำว่า ไมเคิล แจ็คสัน คนที่ใบ้ให้ไมค์มาน่ะ ไม่ได้ท่าแรงอะไรเลย แต้น้องไมค์ใบ้ต่อเนี่ย โอยยยยยย... เลือดพุ่งเจ้าค่ะ พี่แกทำท่าเด้งเป้าแบบที่ไมเคิลทำ ทำเอาแฟนคลับเสียสติกันไปทั้งงาน เซ็กซี่ ฟีโรโมนพุ่งจริงๆ 555+ เอาเป็นว่าทายไม่ได้ก็แย่ละ ณ จุดนี้ แล้วพอทีมกอล์ฟก็ใช่ย่อย เป็นคำว่า บรู๊ซ ลี แฟนคลับทำมาให้กอล์ฟก็แบบไม่ได้อะไร แต่น้องกอล์ฟทำท่าบรู๊ซ ลีได้น่ารักมาก ร้อง อ๊าวววววๆ แล้วทำท่าต่อยๆเด้งๆเหมือนบรู๊ซลีทำ มีถูจมูกด้วยนะ (>_<) กรี๊ดกร๊าดกันไป... (โดยเฉพาะอีป้านี่ 555+)

หลังจากเล่นเกมแล้วก็จัดคิวเค้าแถวรับลายเซ็นต์ งานนี้น้องก็นั่งเป็นโรงงานผลิตลายเซ็นต์กันไป น้องน่ารักดี แบบว่ายิ้ม จับมือ แล้วก็เซ็นต์ๆ เราก็เรื่อยๆนะ น้องก็ทักๆแบบ อุ้ยๆ อ้าวๆ อะไรงี้ ก็ขำๆ แต่ฮามากที่คนด้านหลัง พอจับมือน้องเสร็จ ชีเสียสติอ่ะ แบบกรี๊ดๆๆๆ เด้งๆๆ บนเวที ทำเอาน้องฮาแตกกันไป เออ ก็เข้าใจเนาะ เค้าชอบน้องแล้วไม่ได้มีโอกาสเจอน้องบ่อยๆ พอได้จับมือก็ดีใจกันไป น่ารักดี



แจกลายเซ็นต์ไวเหมือนโกหก ณ จุดนี้พอบ่าย 2 น้องก็ต้องรีบไป ตอนแรกที่ทีมงานบอกเราว่า บ่ายสองพี่ก็ต้องรีบเผ่นเหมือนกัน เราก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะงานจัดใกล้ๆ KL ก็คิดว่าน้องคงต้องบึ่งไปนั่งเครื่องเนาะ ส่วนเราก็รีบเผ่นจาก Gurney Plaza เพื่อกลับไปสนามบินรถติดได้อีก โอ้ววววว... ลุ้นกันตัวโก่ง แต่สุดท้ายเราก็มาถึงทันเวลา ชะเง้อหาน้องกันเล็กน้อย แต่ไม่เจอ แล้วก็ได้เสียตังค์กินแมคโดนัลด์สมใจ... แหมไปมาเลย์ก็กินเหมือนอยู่ไทยแฮะ 555+ แล้วไม่นานเราก็ร่ำลาปีนังกันไปแล้วมุ่งหน้าสู่ KL กัวลาลัมเปอร์...


ฟ้าวววววว..... เหยียบ KL ด้วยเครื่องบินโลว์คอส สนามบินก็โลว์คอสไปด้วย ที่มาเลเซียจะมีการแยกสนามบินอย่างชัดเจน อะไรไฮโซๆ ก็ไปที่ KLIA (เดาว่าเป็นกัวลาอินเตอร์เนชั่นแนลแอร์พอร์ตนะ) ส่วนโลว์คอสทั้งหลายก็ไปที่ LCCT (ไม่รู้ย่อมาจากอะไร แต่ใครๆก็เรียกมันว่าโลตัส คาร์ฟูร์ ซึ่งจริงว่ะ ขอบอก เห็นกับตาแล้วมีงงเลยทีเดียว สภาพเหมือนๆห้างโลตัส คาร์ฟูเนี่ยแหละ แต่มองๆไป เราว่าเหมือนหมอชิตแฮะ) แล้วเราก็ไปลง LCCT นั่นแหละ เดินกันเกือบ 1 โลเพื่อกลับมาเทอร์มินอล พอออกมาก็มึนได้อีกอ่ะ จะเข้าเมืองยังไง เจอแท๊กซี่มาเข้าชาร์ต แบบว่าคิดเงิน 90 เหรียญเข้าเมือง เราก็เฮ้ย เหรอ แพงว่ะ พอเดินไปเจอรถบัส เค้าก็มีหลายราคามาก 15 ริงกิตมั่ง 9 ริงกิตมั่ง แต่อันไหนล่ะที่จะไปผ่านโรงแรมเรา ก็ก๊งๆงงๆ ไปถาม Infomation แล้วก็ได้คำตอบ ตอนแรกก็กะนั่งบัสนะ ประหยัด Cost ขึ้นไปแล้วด้วยแต่ยังไม่จ่ายตังค์ พอดูเวลาแล้วก็เฮ้ย... ไม่รู้มันจะรอจนเต็มแล้วออกหรือเปล่า ตอนนั้นก็ 6 โมงเย็นแล้ว งานที่ JayaOne ก็เริ่มประมาณ 2 ทุ่ม ไม่รีบดูท่าจะไม่ทัน เราก็เลยไปเดินหาทางขึ้นแท๊กซี่ คราวนี้จะเอาแบบมีศูนย์อ่ะ สุดท้ายก็ได้ราคามาที่ 65 เหรียญถึงโรงแรม ด้วยความที่เรามา 4 คนแถมกระเป๋าใบจิ๋วๆก็เลยได้แท๊กซี่ไซส์ประหยัดไป ฟิ้วววว... โล่ง
คราวนี้เราก็มั่งหน้าสู่ KL แล้ว...
ตลอดทางแท๊กซี่ก็เมาท์แตก ถามโน่นนี่ ถามเรากันว่า เป็นคนไทย ไม่พูดมาเลย์เหรอ เอ๊ะ... ไม่นะค๊า พูดไม่ได้ค่า แล้วก็เลยคุยๆกันว่าเนี่ยเดี๋ยวจะไป Jaya One ต่อ เค้าก็เลยรับเหมารอเรายาว พาไป Jaya One เค้าคิดอีก 20 เหรียญ มีเสียค่าทางด่วนด้วยตอนเข้า KL พอบอกเค้าว่ารีบเค้าก็เลยพาไป สนนราคาที่ 2 เหรียญ เป็นอุโมงค์ยาวมาก ทะลุใต้เมืองกันเลยทีเดียว
ตลอดทางจะสังเกตได้ว่าถนนที่นี่ดีมากกกกกก... กว้างสุดๆ แต่รถก็เยอะนะ โค้งก็เยอะ คนที่นี่ขับรถค่อนข้างหวาดเสียว แทบจะสวดมนต์เมื่อเข้าโค้งที่ความเร็วเกือบร้อยอ่ะ ไม่เสียวไหวเหรอ แถมก็จะเห็นรถที่เห็นชนกันเป็นจุดๆอีกต่างหาก เหออออ.... กรูจะรอดปลอดภัยกลับกรุงเทพม๊ายยยย มองถนนหนทางแล้ว เห็นได้ว่ารถที่นี่ส่วนมากจะเป็น City Car นะ รถจะเล็กๆ แล้วเค้าจะมียี่ห้อของเขาที่ชื่อ โปรตอน อ่ะ เห็นใช้กันเยอะเชียว รองๆลงมาก็เหมือนที่ไทยแหละ พวกโตโยต้าอะไรงี้ แต่สิ่งที่ไม่ชอบบนท้องถนนที่นี่คือ คนเค้าบีบแตรกันได้เสียสติมาก คือ ต่อให้คันหน้าไม่ไป ก็จะบีบอยู่นั่นแหละ หรือแบบขับไม่พอใจก็บีบ เห็นคนเดินข้ามถนนก็ยิ่งเร่งเครื่อง จะฆ่ากันเหรอไงเนี่ย 555+
ประมาณทุ่มกว่าๆเราก็ Check-in เข้าโรงแรมโดยปลอดภัย คราวนี้ไฮโซโคตรๆ นอนมันซะ The Royal Bintang KL กลางเมืองเลยค่ะทุกท่าน เปรียบได้เหมือนนอนโรงแรมกลางสยาม กลางสถานที่เที่ยวและชอปปิ้งอะไรงี้เลย เห็นวิวทิวทัศน์ของ KL เต็มๆ ไม่ว่าจะ Petronas Twin Towers หรือ Menara Kuala Lumpur ที่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมือง KL เลยทีเดียง ช่างหรูหราอะไรเช่นนี้
ชื่นชมห้องที่อยู่ได้ไม่นานก็ต้องเฉดหัวตัวเองออกจากโรงแรมเพื่อมุ่งหน้าไป Jaya One ตอนนั้นเวลาก็กระชั้นชิดเต็มทนแล้ว แถมแถวนี้แท๊กซี่ก็ดูไม่คุ้นทาง ด้วยความที่ Jaya One คงเป็นที่ใหม่ๆด้วย แล้วแถวนั้นก็มีอะไรคล้ายๆอย่างนี้อีก 3 ที่ แม่เจ้า!!! หลงกันไปสิ สุดท้ายแท๊กซี่จอดถามทาง แล้วเราถึงได้มากันถูกจนได้... เหยียบสถานที่จัดงานราวๆเกือบ 2 ทุ่มได้ หูข้าพเจ้าไวเหมือนหมาได้กลิ่น (!?) ก็เดินดุ่มๆไปตามเสียงอื้ออึงที่ได้ยิน จนเจอสถานที่จัดงานที่อยู่ซะกลางดงร้านอาหารเลยทีเดียว
กลางลาน Jaya One ให้บรรยากาศเหมือนพวก Center Point นั่นแหละ มีร้านค้าล้อมรอบส่วนกลางที่มีเวที มิน่าเค้าถึงได้ตั้งชื่อว่า "Let's Eat Music" แล้วเค้าก็ไปจัดงานที่ร้านอาหารที่เป็นส่วนของรายการวิทยุต่อ มีคล้ายๆมีทแอนด์กรี๊ดเล็กๆของแฟนด้วย




มาเหยียบแว่บนึงก็เจอเพื่อนของพี่จุ๊บที่พี่จุ๊บรู้จักมาจากเพื่อนอีกที เค้าก็ช่วยลงทะเบียนเอา VIP ในนามหนังสือของที่นู่นของเพื่อนอีกคนมาให้เรา แล้วบอกว่าเนี่ย ยูจะได้ถ่ายรูปกับกอล์ฟไมค์ด้วยนะ โอ้ววววววววววววว... แม่เจ้า ขอบพระคุณอย่างใหญ่หลวง (>_<)
ไม่นานน้องก็เข้ามาในงาน เห็นหน้าน้องแล้วรู้สึกว่า คงเหนื่อยเหมือนกันนะเนี่ย... พอน้องมาแฟนๆก็ถือป้ายเชียร์กันไป มีการให้เล่นเกมทานของกินกันเล็กน้อย แต่ตรงนี้ข้าพเจ้าไม่สามารถเข้าถึงได้นะคะ ฝากความหวังไว้ที่วิ แต่น่าเศร้าที่ว่า การ์ดหาย Ohhhhh Nooooo!!! ด้วยมุมที่ข้าพเจ้าอยู่ จะเล็งไมค์ได้ แต่กอล์ฟไม่ได้เลย เพราะถูกพิธีกรบัง ในขณะที่วิจะถ่ายกอล์ฟได้ แต่ไมค์จะเอียงไป... แต่สุดท้ายการ์ดหาย ตอนนี้เลยมีแต่รูปไมค์นะคะ ฮือออออ...
พอเล่นเกมจบผู้โชคดีก็ได้การ hug จากกอล์ฟไมค์กันไป โฮกกกกกก... แล้วก็มีสัมภาษณ์กันอีกนิดหน่อย มีการให้น้องสองคนทำท่าน่ารักๆ น้องกอล์ฟก็ทำท่าน่าร๊ากกกกกกก... ที่ทำเอาสาวๆกรี๊ดกันไป ส่วนน้องไมค์ ฮีคิดนานมากค่ะ แล้วก็บอกว่า อยู่ไทยก็มีแต่คนบอกว่าหน้าสวยเหมือนผู้หญิง ให้ทำท่าน่ารักๆมันก็คงไม่ดี พูดแนวๆเหมือนตัวเองคงไม่ทำ ต่อรองกับพิธีกรไปมา แล้วน้องไมค์ฮีก็ถอดเสื้อแจ็คเกตตัวนอกออก โชว์เสื้อกล้ามภายในแทน โฮกกกกกก ค่ะ ณ จุดนี้ ทำเอา scream กันไปเลยทีเดียว
หลังจากนั้นก็มีให้ถ่ายรูปรวม ตามกรุ๊ปๆ VIP ที่ว่า กลุ่มเราก็ได้กับเค้าด้วย เหอ เหอ แล้วก็มีงานแจกลายเซ็นต์ต่อ ระหว่างที่กำลังต่อรับลายเซ็นต์ ข้าพเจ้าก็ถูกดึงตัวไปสัมภาษณ์เจ้าค่ะ โอ้ว... แม่เจ้า ลาก่อนลายเซ็นต์ทั้งหลาย... (โฮ) แล้วเราก็โดนเก็บเสียงสัมภาษณ์ไปออกรายการวิทยุกันเลย เค้าก็ให้พูดๆว่าเคยตามน้องไปที่ไหนมามั่ง ให้พูดภาษาไทยว่าทำไมชอบน้อง (ไม่ใช่เอาไปเปิดให้น้องฟังนะเว้ย เขิน) แล้วก็ปิดท้ายด้วยภาษาอังกฤษที่ว่าจะ support น้องกันต่อไป อะไรงี้ เหอ เหอ ข้าพเจ้าไม่ยอมโดนเดี่ยวค่ะ ก็ลากเบียร์ไปสัมภาษณ์ด้วย หลังสัมภาษณ์เสร็จ ก็มีทีมงานมาคุยกับเราอีก คนนี้เป็นผู้หญิงผมสั้นๆ ก็มาถามๆว่า ได้ยินมาว่าเราไปเกาหลี ไปญี่ปุ่นมาด้วยเหรอ โอ้ว... แม๊นนนน ตกใจสิคะ ตะลึงไปชั่วครู่ว่า รู้ได้ไงเนี่ย ฮืออออ..... ((เขินๆๆๆๆ)) แล้วงานนี้ได้เจอคุณแม่ด้วย จริงๆงานที่ปีนังม๊าก็ไปนะ แต่ไม่เจอ เหมือนเห็นแว่บๆมากกว่า แต่งานที่นี่ได้เจอจัง คุณแม่มางามแต๊เจ้าค่ะ ใครเห็นใครก็ชมว่าสวย แล้วก็ดูสาวมากๆ (ซึ่งก็ทั้งสวย ทั้งสาวจริงๆนั่นแหละ)
แล้วทีมงานก็ถามถึงงานวันอาทิตย์ต่อว่าจะไปไหม รู้สึกจะเป็น Kuantan Parade ซึ่งมันไกลจาก KL ราวๆ 3 ชั่วโมงกันเลย จริงๆเราก็สืบหาข้อมูลมาได้ระดับนึงแล้วแหละ ถึงราคาการเดินทางอะไรต่างๆ ถ้าเหมารถแท๊กซี่ไป เท่าที่หาได้ถูกสุดอยู่ราวๆ 500 ริงกิต นั่งเครื่องคนละ 100 ริงกิต นั่งบัสคนละไม่สิบกี่ริงกิต แต่ถึงชาติไหนก็ไม่รู้ แล้วก็ต้องไปต่อแท๊กซี่ในเมืองอีก ทีมงานก็เลยบอกว่า ถ้าจะไปเค้าก็แนะให้เช่ารถนะ เพราะว่าเวลาเราไปไหนมันก็สะดวก เค้ารอเราไปและกลับ แล้วด้วยความใจดีของทีมงานทั้งไทยทั้งมาเลย์ เค้าก็ไปช่วยถามรถเช่าให้ เจอราคาเข้าไป 1000 ริงกิต แม่เจ้า ขอเวลากลับไปคิดก่อนนะค๊า (เฮือกกกก) ก็ขอบคุณเค้ากันไป
แล้วหลังจากนั้นเราได้เรื่องที่ทำเอาขำแตกกันไป คือ น้องกลับจากปีนังมา PJ ด้วยรถ!!!!!! โอ้ว... ข้าพเจ้าบินว่ะ น้องมารถ 4 ชั่วโมง นั่งกันยาวเลยทีเดียว สู้ฟัดมาก แล้วน้องเองก็ต้องนั่งรถไปที่ Kuantan ในวันรุ่งขึ้นอีก ราวๆ 3 ชั่วโมงเลยนะเนี่ย ไปกลับ 6 ชั่วโมง น้องไม่เหนื่อยก็แปลกแล้วล่ะงานนี้
หลังจากนั้นงานที่ลานก็จบลง แล้วน้องก็ไปมีทต่อในงานเล็กๆที่ร้านอาหารของคลื่นวิทยุนั่น ดูๆไปก็น่ารักกันดี มีจับรางวัลแล้วก็ให้น้องออกมามอบรางวัลให้ เห็นแบบนี้แล้วรู้สึกว่า ถ้าน้องได้ภาษาจีนแบบจริงจังนะ ต้องดังพลุแตกแน่เลย




แต่ก็นะ จะดังหรือไม่ดังก็ไม่เป็นไรเลย ถ้าน้องได้ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำแล้ว มันก็โอเคสำรับเขาที่สุดแล้วล่ะ
คิดไปไกลแล้ว กลับมาต่อหลังจากงานที่ JayaOne เสร็จ อีกเรื่องที่ฮาคือ น้องนอนที่ The Royal Bintang เหมือนกันค่ะ!!!!!!!! เหมือนจะน่ากรี๊ดนะคะ แต่คนละสาขาอ่ะ !!!!!! น้องนอนที่ Royal Bintang Damansara ส่วนข้าพเจ้า ล่อไป KL เลยค่ะ สโลแกนเค้าคือ the heart of KL เออ จริง อยู่ซะกลางเลยกรู โฮกกกกกกก.... (555+)
พอจบงานที่ Jaya One เพื่อนคนมาเลย์ก็พาไปกินข้าว สถานที่ที่เราไปกันจะคล้ายๆกับสวนลุม มีอาหารเยอะๆ แล้วก็นั่งกินกัน งานนี้ได้สั่งอาหารมาหลากหลาย ได้ลองอะไรแปลกๆใหม่ๆตลอดเวลา ทั้งอาหารมาเลย์ และอาหารแขก ยู้ฮูมาก ณ จุดนี้ จะบอกว่าแม้จะอยู่ดึก และเป็น Openair ข้อดีคือ ข้าพเจ้าไม่โดนยุงกัด เออ ทำไมกันนะ หรือว่าที่นั่นไม่มียุง (อันนี้ก็ยังไม่รู้ได้) ได้ข่าวว่าแย่งกันจ่ายเงินกับเพื่อนมาเลย์ใหญ่ เค้าแทบจะเลี้ยงไปซะทุกอย่างเลยจริงๆ ฮือออๆๆ เกรงใจสุดๆ
แล้วเราก็ประชุมกันอย่างจริงจัง ในช่วงกินข้าวเนี่ยแหละ แล้วก็ตกลงใจกันได้ว่า ไม่ควรไป... ถึงจะอยากเจอน้อง แต่แบบว่าเสียเงินเยอะ ไหนจะหลงทาง ตารางเดินรถก็วุ่นวาย หรือจะอดเที่ยว KL ที่ไม่ได้เคยมาอีก ก็เลยสรุปกันว่า ถือว่ามาเจอแค่วันนี้แล้วกันเนาะ เพื่อนๆคนมาเลย์ก็เลยจัดทริปที่จะพาเราเที่ยว KL ให้แทน หลังจากนั้นเพื่อนก็บอกให้รีบกลับก่อนเที่ยงคืน เพราะไม่เช่นนั้นแท๊กซี่จะขึ้นราคาเพิ่มไปอีก 50% ได้ โอ้ว.... เราก็จึงรีบเผ่นกลับ KL กันอย่างว่องไว หึหึ แล้วเราก็ไม่สามารถแย่งเค้าจ่ายเงินค่าแท๊กซี่ได้อีก 20 เหรียญแน่ะ ใจดีเกินไปแล้วอ้ะ
กลับถึงห้องก็รออาบน้ำ ก่อนจะเป่าผมอะไรๆ แถมจิ๊กเน็ตในโรงแรมเล่น ทำเครดิตรูปอย่างฮา ใส่ไปให้ครบทุกอย่าง แล้วก็หลับไปแบบตายสนิท...
(วิวจากห้องของโรงแรม...)

TO BE CON'T
PS
รูปงานที่นั่น รูป CD และรูปหนังสือต่างๆเท่าที่หาซื้อได้มา แปะบอร์ด GMZ หมดแล้วนะคะ ไปหาดูเต็มๆกันได้ ตอนนี้เจ้าของไดอารี่ขอไปนอนก่อน ไม่ไหวแล้ว งานเยอะมาก อยากอัพดีๆ เต็มที่ๆ มีรูปเยอะๆก็ทำไม่ได้อ่ะ โฮฮฮ... ทำได้แค่นี้ เอาเป็นว่าเดี๋ยวมาตามต่อกับวันที่ 2 และ 3 นะจ้ะ
ขอบคุณทุกคนที่แวะเข้ามาเน้อ เม้นได้หรือไม่ได้ก็ไม่เป็นไรจ้า ^^